Hot social » เปิดพินัยกรรม หลวงพ่อคูณ ให้จัดงานศพ สมถะ เรียบง่าย นำอัฐิ เถ้าถ่าน ลอยอังคารแม่น้ำโขง

เปิดพินัยกรรม หลวงพ่อคูณ ให้จัดงานศพ สมถะ เรียบง่าย นำอัฐิ เถ้าถ่าน ลอยอังคารแม่น้ำโขง

6 มกราคม 2019
207   0

เปิดพินัยกรรม หลวงพ่อคูณ ให้จัดงานศพ สมถะ เรียบง่าย นำอัฐิ เถ้าถ่าน ลอยอังคารแม่น้ำโขง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ม.ค. คณะทำงาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่รับผิดชอบงานพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทธโธ เป็นกรณีพิเศษ ประจำปีการศึกษา 2561 นำภาพของพินัยกรรมที่หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เขียนเอาไว้ก่อนที่จะละสังขาร ลงวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2543 มาจัดเตรียมสำหรับการติดตั้งไว้ในงานพิธีดังกล่าว

ซึ่ง มหาวิทยาลัยขอนแก่น กำหนดจัดงานพิธีดังกล่าวระหว่างวันที่ 22-30 ม.ค.62 โดยพินัยกรรมดังกล่าวมีพยานรับรอง 4 คน คือ รศ.สุขชาติ เกิดผล รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น นายประทีป วงษ์กาญจนรัตน์ นายธวัช เรืองหร่าย ไวยาวัจกรวัดบ้านไร่ และ นายเนาวรัตน์ สังการกำแหง นิติกร 8 (ชำนาญการ) ม.ขอนแก่นง

รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. กล่าวว่า ขณะนี้การเตรียมสถานที่ทั้งในช่วงของการสวดพระอภิธรรมและช่วงของการพระราชทานเพลิงศพ ได้เสร็จเรียบร้อยเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งพิธีการและรูปแบบการก่อสร้างเมรุชั่วคราวของหลวงพ่อคูณผ่านการพิจารณาร่วมกันของทุกฝ่ายตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณ โดยเป็นไปตามรูปแบบคือ สมถะ เรียบง่าย และสมเกียรติ ซึ่งได้มอบหมายให้คณะศิลปกรรมศาสตร์ เป็นผู้รับผิดชอบในการออกแบบและจัดสร้างเมรุชั่วคราว

รศ.ดร.กิตติชัย กล่าวต่ออีกว่า การดำเนินการดังกล่าวนั้นเป็นไปตามขั้นตอนและตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม ซึ่งเนื้อหาในพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณมีข้อความว่า อาตมาหลวงพ่อคูณ อายุ 77 ปี ถิ่นพำนักวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ขอทำพินัยกรรมกำหนดการ เผื่อถึงการมรณภาพ เกี่ยวกับเรื่องการจัดงานศพของอาตมา ภายหลังที่อาตมาถึงมรณภาพลง

1.ศพของอาตมา ให้มอบแก่มหาวิทยาลัยขอนแก่นภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากมรณภาพลง เพื่อให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น มอบให้ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำไปศึกษาค้นคว้าตามวัตถุประสงค์ของภาคต่อไป

2.พิธีกรรมศาสนา การสวดอภิธรรมศพ ให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำพิธีสวดพระอภิธรรมศพที่คณะแพทยศาสตร์ 7 วัน ตั้งแต่ถึงวันมรณภาพลง

3.การจัดทำพิธีบำเพ็ญกุศลเมื่อสิ้นสุดการศึกษาค้นคว้าของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว ให้จัดงานแบบเรียบง่าย ละเว้นการพิธีสมโภชใดๆ และห้ามขอพระราชทานเพลิงศพ โกศ และพระราชพิธีอื่นๆ เป็นกรณีพิเศษเป็นการเฉพาะ

โดยให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กระทำพิธีเช่นเดียวกับการจัดพิธีศพของอาจารย์ใหญ่นักศึกษาแพทย์ประจำปีร่วมกับอาจารย์ใหญ่ท่านอื่น แล้วเผา ณ ฌาปนสถานวัดหนองแวง พระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น หรือวัดอื่นใดที่คณะแพทยศาสตร์เห็นสมควรและเหมาะสม โดยทำพิธีเผาให้เสร็จสิ้นที่จ.ขอนแก่น

4.เมื่อดำเนินตามข้อ 3 เสร็จสิ้นแล้ว อัฐิ เถ้าถ่าน และเศษอังคารทั้งหมด ให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำไปลอยที่แม่น้ำโขง จ.หนองคาย ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม

5.ค่าใช้จ่ายและเงินอื่นใดที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามนัย ข้อ 2, 3 และ 4 ให้ดำเนินการ ดังนี้

5.1 ค่าใช้จ่ายในการจัดงานและบำเพ็ญกุศลศพทั้งหมด ให้นำเงินที่อาตมาบริจาคให้แก่ภาควิชาวิทยาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อปี 2536 เป็นเงินเริ่มต้นในการดำเนินการจัดงานศพ ถ้าไม่เพียงพอให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทดลองจ่ายไปก่อน

5.2 ในการจัดการและบำเพ็ญกุศลศพ ตามนัยข้อ 5.1 หากมีเงินเหลือหรือมีผู้บริจาคสมทบ ให้คืนเงินที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทดลองจ่ายไปก่อนให้เสร็จสิ้น

5.3 หากมีเงินเหลืออยู่อีกหลังจากดำเนินการตามนัย ข้อ 5.1 และข้อ 5.2 แล้ว ให้มอบแก่กองทุนพระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฎ์ (หลวงปู่เทสก์) เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมช่วยเหลือพระสงฆ์ที่อาพาธประจำหอผู้ป่วยหอสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือให้ดำเนินการอย่างอื่นตามที่อาตมา หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เห็นสมควร โดยอาตมาจะแสดงความประสงค์ให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมแนบไว้ให้ทราบต่อไป หากไม่ดำเนินการให้ถือตามความในตอนต้นเท่านั้น

6.ให้นายอำเภอด่านขุนทด ศึกษาธิการอำเภอด่านขุนทด และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกันเป็นผู้จัดการศพ มีอำนาจดำเนินการให้เป็นไปตามพินัยกรรมนี้

7.ให้ยกเลิกพินัยกรรม ฉบับวันที่ 15 กันยายน 2536 หรือฉบับอื่นใดที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ และให้ยึดถือพินัยกรรมฉบับนี้แทน

8.พินัยกรรมฉบับนี้ ต้นฉบับเก็บรักษาไว้ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้มีการทำสำเนาไว้อีก 3 ชุด เก็บรักษาไว้ที่วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ศึกษาธิการอำเภอด่านขุนทด และนายอำเภอด่านขุนทด แห่งละ 1 ฉบับ ลงวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2543

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

Khaosod – ข่าวสด

 

Loading...