Hot social » ผู้บริหาร ปตท. ชี้แจงทุกข้อสงสัย ทำไมราคาน้ำมันในไทยแพง ผูกขาดจริงมั๊ย??

ผู้บริหาร ปตท. ชี้แจงทุกข้อสงสัย ทำไมราคาน้ำมันในไทยแพง ผูกขาดจริงมั๊ย??

29 กรกฎาคม 2019
976   0

จากกรณีราคาน้ำมันในประเทศไทย ปรับตัวสูงขึ้น จนเกิดกระแสข่าว เกี่ยวกับ ปตท.ทั้งเรื่องการผูกขาดน้ำมัน จนส่งผลให้น้ำมันในเมืองไทยสูงกว่าน้ำมันจากเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย

รวมถึงข่าวว่า ปตท. แอบขึ้นราคาน้ำมันต่อเนื่อง โดยไม่บอกประชาชน คุณภาพน้ำมันต่ำกว่ามาตรฐาน และอีกหลายปัจจัย

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Tevin at PTT  พร้อมกับชี้แจงทุกข้อสงสัย ในสื่อโซเชียลดังนี้

ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาที่บอกว่า ปตท. ขายน้ำมันแพงกว่าเพื่อนบ้านนั้น มีทั้งที่แพงกว่าและถูกกว่า โดยในอาเซียนเอง มาเลเซียมีราคาน้ำมันต่ำสุด เนื่องมาจากการส่งออกและผลิตก๊าซมาก ทำให้มาเลเซียแทบไม่เก็บภาษีจากผู้ใช้ ส่วนสิงคโปร์มีราคาน้ำมันที่แพงที่สุด เพื่อจำกัดการใช้รถยนต์

ส่วนในไทยและประเทศอื่น ๆ ที่นำเข้าน้ำมันนั้น จะต้องมีการเกบภาษีสรรพสามิต เพื่อนำเงินที่ได้มาสร้าง – ซ่อมถนน และพัฒนาระบบขนส่งมวลชนต่อไป

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาว่า ปตท. กำไรเยอะมาก จากการผูกขาดน้ำมัน ถือเป็นเรื่องที่ไม่จริง เนื่องจากธุรกิจค้าน้ำมันเป็นตลาดเสรี ผู้ค้าน้ำมันกว่า 30 รายในประเทศสามารถตั้งราคาได้เอง อีกทั้ง ปตท. เอง จะปรับราคาขายปลีกเท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาค่าการตลาด 1.60-1.80 บาทต่อลิตร

และนำเงินจำนวนนี้ แบ่งให้ดีลเลอร์ เจ้าของปั๊ม ซึ่งไม่เพียงพอต่อการลงทุน จึงทำให้ ปตท. ต้องมีการเปิดร้านสะดวกซื้อ – ร้านค้าในปั๊ม เพื่อหารายได้อีกทาง

ปตท. ได้กำไรทั้งหมด 10% จากน้ำมันเท่านั้น ส่วนกำไรที่เหลือมาจากธุรกิจอื่น ๆ เช่น ก๊าซ การสำรวจและผลิต รวมถึงโรงกลั่นปิโตร เ ค มี

 

ส่วนกรณีที่ ปตท. สามารถผลิตก๊าซและน้ำมันในประเทศได้มาก และควรนำเงินจำนวนนั้นมาอุดหนุนราคา ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควร เพราะ ปตท.สผ. ผลิตก๊าซและน้ำมันได้เพียง 30% ของการผลิตในประเทศ และ 10% ของพลังงานทั้งหมด

รายได้จึงไม่เพียงพอจะนำมาอุดหนุนราคาน้ำมัน นอกจากนี้ ยังต้องการการสำรองรายได้เพื่อขยายการลงทุนเพื่อความมั่นคงทางพลังงานในอนาคต

ส่วนกรณีที่มีคนมองว่า นายทุนรายใหญ่อยู่เบื้องหลัง ปตท. นั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะผู้ที่ถือหุ้นนั้นคือ รัฐบาลไทย โดยกระทรวงการคลังและกองทุนวายุภักษ์ 63.5% และ 32% คือสถาบันการเงินปละกองทุน มีเพียง 4.5% ที่เป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยเท่านั้น

 

ที่มา เฟซบุ๊ก Tevin at PTT

Loading...