Hot social » ติดต่อหน่วยงานรัฐ 3 ปีไม่คืบหน้า สุดท้ายตัดสินใจไปเปิดบริษัทที่สิงคโปร์

ติดต่อหน่วยงานรัฐ 3 ปีไม่คืบหน้า สุดท้ายตัดสินใจไปเปิดบริษัทที่สิงคโปร์

8 สิงหาคม 2019
696   0

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า สตาร์ทอัพ (Startup) กันมามากพอสมควรในยุคนี้  ซึ่งสตาร์ทอัพนั้นมีรูปแบบแตกต่างไปจากธุรกิจที่เคยมีมาในอดีต และมักจะมีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการสร้างธุรกิจ

ปัจจุบันประเทศไทยก็กำลังผลักดันให้เกิด “สตาร์ทอัพ” ใหม่ๆ เพราะเชื่อว่า “สตาร์ทอัพ” จะเป็นอีกกลไกที่จะช่วยผลักดันประเทศไทยไปสู่ ประเทศไทย 4.0 เช่นเดียวกับในประเทศอื่นๆ

 

แต่วันนี้เราได้นำโพสต์ในทวิตเตอร์ของคุณ โหน่ง-วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ นักเขียนและบรรณาธิการนิตยสารชื่อดัง ที่ได้โพสต์เกี่ยวกับเรื่องสตาร์ทอัพของไทย และมีคนแชร์ในโลกโซเชี่ยลกันอย่างมากมาย มาให้ได้ชมกัน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

คุยกับเจ้าของสตาร์ทอัพเจ๋งมากแห่งนึง เขาเล่าว่าพยายามติดต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง 3 ปีไม่มีอะไรคืบหน้า สุดท้ายตัดสินใจไปเปิดบริษัทที่สิงคโปร์กับนักลงทุนที่นั่น รัฐบาลสิงคโปร์ subsidize ทันทีครึ่งนึง ประเทศที่ vision รัฐบาลตามไม่ทันประชาชนนี่น่าห่วงนะครับ อีกหน่อยคนเก่งๆ หายหมด

เมื่อโพสต์นี้ถูกแชร์ไปในโซเชี่ยล ต่างก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้กันอย่างมากมาย  ตัวอย่างเช่น..

  • จะเอาอะไรกับประเทศที่บัตรปชช เป็นสมาทการ์ด แต่ใช้งานโดยการถ่ายเอกสาร?

 

  • หนูเคยทำโครงการรัฐที่สนับสนุน​สตาร์ทอัพ หลักๆจะมีปัญหาเรื่องเอกสารต่างๆที่รัฐชอบใช้ประกอบการเบิกเงินต่างๆ ซึ่งมันมีความซับซ้อนและเยอะมาก ซึ่งไลฟสไตล์​ของสตาร์ทอัพมันไม่ใช่ เอกสารไม่ครบ เบิกเงินไม่ได้ ภาครัฐมีกรอบการทำงานค่อนข้างเยอะ และไม่เคยปรับตัวให้เข้ากับสมัยเลยค่ะ

 

  •  บางประเทศอาจจะไม่ได้ต้องการประชาชนที่ฉลาดๆเก่งๆนะครับ อาจจะต้องการแค่ประชาชนที่สามารถทำงานได้จูงจมูกได้ง่ายๆแต่จ่ายภาษีได้เต็มที่ ส่วนใหญ่ประเทศแบบนี้ไม่ได้สนใจภาพรวมของประเทศแต่สนใจภาพในสมุดบัญชีธนาคารของคนบางกลุ่มชนชั้นเท่านั้น

 

  • ภายใต้รัฐที่ป่วยเรื่องความมั่นคงเป็นหลัก การส่งเสริมให้คนทำมาหากินได้อย่างสะดวกสบาย อาจถูกมองว่าเป็นภัยอย่างหนึ่ง เพราะเมื่อคนมีความร่ำรวยแล้ว ส่วนใหญ่ก็อยากมีอำนาจตามมา จึงอาจเป็นภัยต่อรัฐได้

 

ที่มา  @wongthanong

Loading...