ข่าวประจำวัน » ข่าวต่างประเทศ » อุทาหรณ์ ผ่ าฟันคุด หวังหายปวด แต่อาการหนักกว่าเดิม อาเจียนสีดำ ก่อนสิ้นใจ

อุทาหรณ์ ผ่ าฟันคุด หวังหายปวด แต่อาการหนักกว่าเดิม อาเจียนสีดำ ก่อนสิ้นใจ

19 สิงหาคม 2019
3339   0

วันนี้เรามีเรื่องราวที่เป็นอุทาหรณ์ สำหรับคนที่จะผ่ าฟันคุดมาให้อ่านกัน โดยเว็บไซต์เวิลด์ออฟบัซ รายงานว่า หญิงชาวมาเลเซีย วัย 42 ปี  ได้ เ สี ย ชี วิ ตสลด หลังจากเข้ารับการผ่ าฟันคุดที่โรงพยาบาล

โดยเธอมีอาการเ ลืo ดไ ห ลไม่หยุด เกิดรอยจ้ำทั่วร่าง และได้อาเจียนออกมาเป็นของเหลวสีดำ ก่อนจะสิ้นลมหายใจ

 

 

ในเดือนพฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา เธอเริ่มมีอาการปวดฟันคุด แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรกับมัน จนกระทั่งในวันที่ 1 กรกฎาคม สามีของเธอ ก็ได้พาไปพบหมอฟันที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

เธอได้แจ้งประวัติการเจ็บป่ ว ยทั้งหมดให้หมอฟัง เล่าว่าเคยเป็นเ นื้ อ งอกที่ต่อมไธมัสมาก่อน แต่อาการเป็นปกติแล้ว พร้อมถามการผ่ าฟันคุดมีความเสี่ยงหรือไม่

ซึ่งหมอก็ยืนยันว่าสามารถทำได้อย่างไม่มีปัญหา เพียงแค่อาจจะใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าปกติเล็กน้อย และได้ทำการนัดหมายวันผ่ าในอีก 15 วัน ซึ่งจะใช้เวลาไม่นาน

อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่ าเสร็จ เธอพบว่าเ ลืo ดไม่ยอมหยุดไหล พอกลับบ้านไปนอนแล้วตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น ก็พบว่ามีรอยเปรอะเปื้อนเต็มหมอน  เธอจึงไปคลินิกใกล้บ้าน เพื่อขออะไรก็ได้มาใช้ห้ามให้หยุดไหล

 

กระทั่งวันที่ 18 กรกฎาคม หญิงรายนี้ก็สังเกตได้ว่ามีรอยช้ำหลายแห่งปรากฏอยู่บนขาของเขา อีกทั้งยังมีอาการป ว ด ศีรษะ ค ลื่ นไ ส้ และอาเจียนออกมาเป็นของเหลวสีดำ

เธอเข้าโรงพยาบาลในวันที่ 20 กรกฎาคม ก่อนจะพบว่าอาการทรุดหนักลงมาก กลายเป็นผู้ป่ ว ย โ ค ม่ า และในวันต่อมา และเธอก็เ สี ย ชี วิ ตในเวลาต่อมา สร้างความโศกเศร้าเป็นอย่างมากแก่สามีและลูกสาวทั้งสองคน

การสูญเสียครั้งนี้สร้างความเศร้าสลดแก่ครอบครัวเป็นอย่างมาก และสามีของเธอก็ได้ตั้งคำถามว่า ตนเองได้แจ้งประวัติการป่วยของภรรยาให้แพทย์ทราบแล้ว ซึ่งก็ได้รับการยืนยันว่าไม่มีผลกระทบใดๆ แต่ทำไมสุดท้ายถึงเกิดเรื่องแบบนี้

 

ทางโรงพยาบาลแจ้งว่าสาเหตุการเ สี ยชี วิ ต เกิดจากภาวะ l ลื o ด ออกในกะโ ห ล กศีรษะ และเ นื้ o งoกที่ต่อมไธมัส แต่ทางครอบครัวยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากเนื้องอก เพราะอาการหายดีแล้ว

อีกทั้งหมอฟันก็ยืนยันว่าสามารผ่ าฟันคุดได้ โดยที่ไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าคนไข้ถึงกับชีวิต  และขณะนี้ทางโรงพยาบาลยังไม่ได้ออกมาชี้แจงใดๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ที่มา clipmv.com

 

Loading...