เล็งเก็บค่าธรรมเนียมรถเก่าเกิน 10ปี หวังแก้ปัญหาฝุ่น-กระตุ้นเศรษฐกิจ

ใครที่มีรถเก่าที่ขาดการบำรุงรักษาอาจต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เมื่อทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีแผนเสนอนโยบายออกกฎหมายควบคุมรถเก่า

 

“ด้วยความที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะชะลอตัว บวกกับความเข้มงวดไฟแนนซ์ที่เข้มงวดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ส่งผลให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา มีตัวเลขการขายที่เติบโตแบบถดถอย (ขายได้เพียง 838,847 คัน ขยายตัว 0.6%)

 

 

 ทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ นำโดยภาคเอกชน ค่ายรถ เตรียมเข้าหารือกับทางกรมสรรพสามิตในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ เพื่อเสนอแนวทางให้มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถเก่า-การกำจัดซากรถเก่าพร้อมให้สิทธิพิเศษในการซื้อรถยนต์คันใหม่

 

 

ต้องรอดูกันต่อไปค่ะว่า แนวทางที่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ จะได้รับการตอบสนองจากภาครัฐอย่างไร คนที่มีรถเก่าเกิน 10 ปี จะได้รับผลกระทบหรือไม่ คงต้องรอการพิจารณาจากภาครัฐค่ะ

 

ที่มา PostToday

สภาเศรษฐกิจโลกเผย ไทยเสี่ยงพบปัญหาเศรษฐกิจฟองสบู่แตก นำมาเป็นอันดับแรก

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการ สนค. ได้ศึกษารายงาน “ความเสี่ยงระดับภูมิภาคในการประกอบธุรกิจ” ที่สภาเศรษฐกิจโลกจัดทำขึ้น พบว่า ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่รวม 7 อันดับแรกของโลก ได้แก่

 

สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น เยอรมนี สหราชอาณาจักรฝรั่งเศส และอินเดีย ซึ่งมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงรวมทั้งมีหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 225% ของ จีดีพีโลก

ซึ่งจะมีผลกระทบต่อต่อความเสี่ยงต่างๆรวมถึงประเทศไทย ที่โรงงานใหญ่ๆปิดตัวลง และเลิกจ้างนั่นเอง (อันดับนับจากประเทศไทย, ภูมิภาค, และอันดับโลก)

 

 

ความเสี่ยงในการทำธุรกิจในประเทศไทย 5 อันดับแรก ได้แก่
1. เศรษฐกิจฟองสบู่

2. ความล้มเหลวของรัฐบาล

3. การโจมตีทางไซเบอร์

4. ภัยพิบัติทางธรรมชาติและโดยมนุษย์

5. ความไม่มั่นคงทางสังคม

สรุป 10 อันดับความเสี่ยงในการทำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ได้แก่
1. ภัยธรรมชาติ

2. การโจมตีทางไซเบอร์

3. ความขัดแย้งระหว่างรัฐ

4. วิกฤตการณ์ทางการเงิน

5. เหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศที่รุนแรง

6. เศรษฐกิจฟองสบู่

7. การโจรกรรมข้อมูล

8. วิกฤตราคาพลังงาน

9. ภาวการณ์ว่างงาน

10. ความล้มเหลวของรัฐบาล

 

สรุป 10 อันดับความเสี่ยงในการทำธุรกิจของโลก ได้แก่
1. วิกฤตทางการเงิน

2. การโจมตีทางไซเบอร์

3. ภาวะการว่างงาน

4. วิกฤตราคาพลังงาน

5. ความล้มเหลวของรัฐบาล

6. ความวุ่นวายทางสังคม

7. การโจรกรรมข้อมูล

8. ความขัดแย้งระหว่างรัฐ

9. การขาดโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

10. เศรษฐกิจฟองสบู่

**เกาะงานประจำไว้ให้แน่น ซื้อบ้าน ออกรถ ต้องดูให้ดี เศรษฐกิจตอนนี้ไม่สู้ดีเท่าที่ควร**

 

ที่มา : Regional Risk of Doing Business 2019
จัดทำขึ้นโดย สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum)

เตือนผู้มีบ้าน-ที่ดิน เริ่มเก็บภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป ประเทศไทยจะมีการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ แทนกฎหมายภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 และภาษีบารุงท้องที่ พ.ศ.2508 ที่ใช้กันมายาวนานกว่า 80 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีการกระจายอานาจไปสู่ท้องถิ่น และช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

 

แต่ปัญหาคือ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายใหม่ที่ยังต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ เนื่องจากมีความซับซ้อนในเรื่องของการคำนวณภาษีที่มีการแยกรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย ฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเติมความรู้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชน เพื่อให้เข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน

กฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า “ภาษีที่ดินใหม่” เป็นกฎหมายใหม่ที่ถูกนำมาใช้แทนพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 และพระราชบัญญัติภาษีบำรุง ท้องที่ พ.ศ.2508 หรือที่ชาวบ้านเข้าใจกันง่ายๆ คือ กฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน และกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่

เป็นกฎหมายที่มีการประกาศใช้นานแล้ว ทำให้การจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่มีปัญหา และข้อจำกัดเกี่ยวกับฐานภาษี อัตราภาษี และการลดหย่อนภาษีไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน

ผลที่เกิดขึ้นก็คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดเก็บรายได้ไม่เพียงพอต่อการพัฒนาท้องถิ่น รัฐบาลจำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณเพื่ออุดหนุนเพิ่มเติม โดยกฎหมายฉบับนี้ใช้เวลานานกว่า 30 ปี ในการผลักดันกระทั่งผ่านเป็นกฎหมายในที่สุด

ทั้งนี้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแบบใหม่นี้ มีจุดมุ่งหมายที่สำคัญคือ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ลดการถือครองที่ดินเพื่อเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และเพิ่มการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ทั้งนี้เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะเป็นผู้จัดเก็บภาษี โดยมีรัฐบาลเป็นผู้ดูแล ซึ่งหากมีการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้จริง ก็จะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับ อปท.นำไปใช้พัฒนาท้องถิ่นต่อไป

โดยจะเริ่มต้นดำเนินงานจัดเก็บตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 คาดการณ์กันว่า การเก็บภาษีแบบใหม่จะทำให้ภาครัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมไม่น้อยกว่า 40,000 ล้านบาท

 

ท่ามกลางความตื่นตัวของผู้ถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ลุกขึ้นมาให้ความสำคัญกับการจัดการอสังหาริมทรัพย์ด้วย เกรงว่าจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่จัดเก็บรายได้ก็ต้องตื่นรู้และปรับตัวเพื่อรองรับกฎหมายใหม่ฉบับนี้ไม่แพ้กัน

 

สำหรับกฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่นี้ มีการแบ่งประเภทที่ดินที่ต้องเสียภาษีไว้ 4 รายการ คือ

1.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ประกอบเกษตรกรรม

2.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัย

3.ที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่นนอกจากข้อ 1., 2.

และ 4. ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งว่างเปล่า หรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามความแก่สภาพ

สถ.รับสมัครสรรหาเพื่อบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น 12,778 อัตรา (ตำแหน่งสายงานบริหาร)

กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ประกาศรับสมัครสรรหาข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น เพื่อดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร พ.ศ. 2563

 

รับสมัครสรรหาข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร , รับสมัครสรรหาพนักงานเทศบาลให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร , รับสมัครสรรหาพนักงานส่วนตำบลให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร , รับสมัคสรรหาพนักงานเมืองพัทยาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร

 

ประกาศ รับสมัครสรรหาข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร จำนวน 566 อัตรา

ใบสมัครสรรหาตำแหน่งสายงานผู้บริหารท้องถิ่น
เอกสารหมายเลข 1 ตำแหน่งและอัตราว่างการสอบคัดเลือก จำนวน 437 อัตรา

เอกสารหมายเลข 2 ตำแหน่งและอัตราว่างการคัดเลือก จำนวน 129 อัตรา

เอกสารหมายเลข 3 หนังสืออนุญาตสมัครเข้ารับการสรรหา

เอกสารหมายเลข 4 คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

เอกสารหมายเลข 5 ขอบเขตเนื้อหาวิชาความรู้ที่ใช้ในการทดสอบ

เอกสารหมายเลข 6 คะแนนประวัติการรับราชการ

เอกสารหมายเลข 7 รูปแบบนำเสนอผลงาน/วิสัยทัศน์

เอกสารหมายเลย 8 การกำหนดหลักอาวุโส

 

ประกาศเรื่อง รับสมัครสรรหาพนักงานเทศบาลให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร จำนวน 6827 อัตรา

ใบสมัครสรรหาตำแหน่งสายงานผู้บริหารท้องถิ่น
เอกสารหมายเลข 1 ตำแหน่งและอัตราว่างการสอบคัดเลือก จำนวน 3673 อัตรา

เอกสารหมายเลข 2 ตำแหน่งและอัตราว่างการคัดเลือก จำนวน 3154 อัตรา

เอกสารหมายเลข 3 หนังสืออนุญาตสมัครเข้ารับการสรรหา

เอกสารหมายเลข 4 คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

เอกสารหมายเลข 5 ขอบเขตเนื้อหาวิชาความรู้ที่ใช้ในการทดสอบ

เอกสารหมายเลข 6 คะแนนประวัติการรับราชการ

เอกสารหมายเลข 7 รูปแบบนำเสนอผลงาน/วิสัยทัศน์

เอกสารหมายเลข 8 การกำหนดหลักอาวุโส

 

ประกาศเรื่อง รับสมัครสรรหาพนักงานส่วนตำบลให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร จำนวน 5315 อัตรา

ใบสมัครสรรหาตำแหน่งสายงานผู้บริหารท้องถิ่น
เอกสารหมายเลข 1 ตำแหน่งและอัตราว่างการสอบคัดเลือก จำนวน 1201 อัตรา

เอกสารหมายเลข 2 ตำแหน่งและอัตราว่างการคัดเลือก จำนวน 4114 อัตรา

เอกสารหมายเลข 3 หนังสืออนุญาตสมัครเข้ารับการสรรหา

เอกสารหมายเลข 4 คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

เอกสารหมายเลข 5 ขอบเขตเนื้อหาวิชาความรู้ที่ใช้ในการทดสอบ

เอกสารหมายเลข 6 คะแนนประวัติการรับราชการ

เอกสารหมายเลข 7 รูปแบบนำเสนอผลงาน/วิสัยทัศน์

เอกสารหมายเลข 8 การกำหนดหลักอาวุโส

 

ประกาศเรื่อง รับสมัคสรรหาพนักงานเมืองพัทยาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร จำนวน 40 อัตรา

ใบสมัครสรรหาตำแหน่งสายงานผู้บริหารท้องถิ่น
เอกสารหมายเลข 1 ตำแหน่งและอัตราว่างการสอบคัดเลือก จำนวน 26 อัตรา

เอกสารหมายเลข 2 ตำแหน่งและอัตราว่างการคัดเลือก จำนวน 14 อัตรา

เอกสารหมายเลข 3 หนังสืออนุญาตสมัครเข้ารับการสรรหา

เอกสารหมายเลข 4 คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

เอกสารหมายเลข 5 ขอบเขตเนื้อหาวิชาความรู้ที่ใช้ในการทดสอบ

เอกสารหมายเลข 6 คะแนนประวัติการรับราชการ

เอกสารหมายเลข 7 รูปแบบนำเสนอผลงาน/วิสัยทัศน์

เอกสารหมายเลข 8 การกำหนดหลักอาวุโส

 

การรับสมัคร
ผู้ที่ประสงค์จะสมัครสอบ สามารถสมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน – 24 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ

รายละเอียดเพิ่มเติม / สมัครสอบได้ทาง https://www.dlalocalapp2563.com

เรื่องราวแห่งความประทับใจ กับสิ่งที่ “พ่อ” สร้างไว้เพื่อดูแลประชาชนของพ่อ

บนเรื่องตื่นเต้นก็ยังมีเรื่องดีๆอยู่ เมื่อเช้ามืดแม่เรียกให้พาไปหาหมอเพราะล้มไปสองสามรอบกล้ามเนื้ออ่อนแรงไม่มีแรง แม่เคยเส้นเลือดในสมองแตกมาก่อนแล้ว เลยไม่รู้ว่าคราวนี้ เป็นอาการอะไรเกี่ยวข้องกันมั้ย

 

ด้วยความที่เช้ามืดตีห้า-หกโมงเช้า ของวันธรรมดารถจะติดมากก โทรแจ้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ป่วยstroke ว่ากำลังเดินทางเจ้าหน้าที่แนะนำให้โทร1197 โครงการตำรวจจราจรในพระราชดำริ

ตอนแรกในใจก็ไม่คิดว่าเค้าจะช่วยอะไรได้เราอยู่ระหว่างทางรถก็ติด เจ้าหน้าที่แนะนำว่า เปิดไปกระพริบ และไฟหน้า เค้าก็สอบถามว่าเราอยู่ตรงไหนแล้ว และจะใช้เส้นทางไหน

 

 

ประมาน 10นาทีถัดมา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรมาถามว่าถึงไหนแล้ว เราแจ้งว่ากำลังขึ้นสะพานพระรามแปดค่ะ เจ้าหน้าที่บอกว่าผมกระพริบไปรอตรงแยกวิสุทธิ์กษัตริย์ ลงสะพานมาข้ามแยกมาเลย เปิดไปผ่าหมากกมาเลยครับ555

เห้ยยแกรรรคือตอนแรกคิดว่าคงมีมอไซค์มานำสักคันสองคัน แต่สิ่งที่เจอคืออออรถมอเตอร์ไซตำรวจในโครงการพระราชดำรึ ตั้งแก๊งค์รอเลยอะ 6คันและคันใหญ่ๆเค้าก็โบกไม้โบกมาว่าให้ตามมา สาบานนนว่าแหกทุกโค้งงทุกไฟแดงทุกแยกก เค้าขับไวมากกกกก5555 แม่ถามมว่าเค้าไม่กลัวเราตามไม่ทันหรออย่างไว

 

คือเจ้าหน้าที่น่ารักมากก แยกแรกกั้นรถสองคันคันที่นำก็สลับกันไปกันรถแยกถัดๆไปเหมือนดูหนังเลยอะ เก่งมากกมอไซก็คันใหญรถก็ต้องขับ โบกก็ต้องโบกก

พอถึงโรงพยาบาลลส่งแม่ลงเจ้าหน้าที่ก็ขอถ่ายบัตรประชาชนคุณแม่ และถามว่ามาจากไหนคะ
เราก็บอกว่ามาจากสายสอง ถ้ามาเองอย่างน้อยๆก็เปนชั่วโมง เราก็ขอบคุนเจ้าหน้าที่เค้าละก็รีบเดินไปคุยกับพยาบาล อาๆเค้าก็แยกย้ายไม่ทันได้ตอบแทนอะไรแกเลย

แต่ในประโยคสั้นๆในบทสนทนาเมื่อสักครู่มีคำที่ทำให้เรายิ้มและน้ำตาคลออย่างบอกไม่ถูก คือเราขอบคุนเค้าว่าถ้ามาเองคงไม่เร็วอย่างนี้ขอบคุนมากๆเลยค่ะน่ารักมาก เค้าตอบเราด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างภาคภูมิใจ ว่า “นี่เป็นโครงการในพระราชดำริ ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ครับ “

 

 

นี่คือสิ่งที่พ่อสร้างไว้เพื่อดูแลประชาชนของพ่อ
#1197 #ตำรวจจราจรในพระราชดำริ #โครงการในพระราชดำริ #ในหลวงรัชกาลที่๙

 

ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก Luxsameelawan Harnphanich

เหลือเชื่อ! แค่เอาเท้าไปแช่ในเกลือ ผลที่ได้แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังไม่สามารถอธิบายได้

สำหรับคนรักสุขภาพ!!! เทรนด์ยอดฮิตที่กำลังมาแรงในตอนนี้นอกจากการออกกำลังกายแล้วนั้นคือ “แช่เท้าด้วยเกลือ” ที่ใครก็สามารถทำได้แบบไม่ต้องเสียเงินเข้าสปาเลย แถมได้ประโยชน์มากมายเกิดคาด!!

 

วันนี้เราจึงขอหยิบยกวิธีการดูแลสุขภาพเท้ามาฝาก นั้นคือ การแช่เท้าด้วยเกลือ ที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย แถมไม่ต้องเสียเงินเสียทองมากมายเพื่อไปทำสปารเท้า

การแช่เท้าในน้ำเกลือกลายเป็นอีกหนึ่งวิธีที่คนไทยกำลังพูดถึง และให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมากในขณะนี้ ว่าแต่ทำแล้วจะช่วยอะไรบ้าง และต้องทำอย่างไรนั้นไปชมกันเลย!!!

 

“เท้า” เป็นอวัยวะที่เราใช้งานหนักมาก เพราะไหนจะต้องแบกรับน้ำหนักเราที่มีหลายสิบโลแล้ว เรายังต้องอาศัยเท้าในการเดินหรือทำกิจกรรมอีกมากมายในแต่ละวัน แน่นอนว่าต้องมความเหมื่อยล้าบ้าง โดยเฉพาะสาวๆ ที่ชอบสวมใส่รองเท้าที่มีส้นสูงๆ

 

ประโยชน์ของการแช่เท้าด้วยเกลือ

1. ช่วยดึงสิ่งที่ตกค้างในร่างกายออก

2. ช่วยดึงพลังงานลบที่เกิดจากอารมณ์ออก

3. ช่วยดึงประจุพลังงานลบ ซึ่งเป็นพลังงานไม่ดี ออกจากร่างกาย

4. หลังจากที่ดึงพลังงานลบออกจากร่างกายแล้วเราก็ใช้วิธีการรักษาได้ตามปกติ ทั้งนี้วิธีการนี้จะเป็นการช่วยดึงพลังงานลบออกจากร่างกาย ก่อนการรักษา ทำให้รักษาได้ง่ายขึ้น

5. เมื่อแช่เท้าด้วยเกลือ บ่อยๆ ร่างกายจึงไม่มีพลังงานลบที่ก่อโรคหลงเหลืออยู่อีก และนี่เองจึงทำให้สุขภาพของเราดีขึ้น

 

วิธีการแช่เท้าด้วยเกลือ

1. นำกะละมังขนาดที่สามารถวางเท้าแช่ได้-ใส่น้ำลงไปให้ท่วมตาตุ่มจะเป็นน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดาก็ได้

2. ใส่เกลือทะเล (ที่เป็นเกลือแบบเม็ด) ลงไปประมาณ 1 กำมือ

3. เอาเท้าเหยียบเกลือที่ยังไม่ละลาย

4. ทำจิตใจให้สงบ หรือเปิดเพลงบรรเลงเบาๆ นั่งอยู่ประมาณ 15-20 นาที

5. หลังจากนั้นให้ล้างเท้าด้วยน้ำเปล่า

 

การแช่เท้าด้วยเกลือนั้นคนปกติ สามารถทำได้ทำอาทิตย์ละครั้ง ส่วนคนป่วย ทำได้ทุกวันก่อนนอน หากผู้ใดที่ธาตุในร่างกายไม่สมดุล มีอาการหนาว สั่น ให้ใช้น้ำอุ่นในการแช่เท้า สำหรับคนที่ร้อนก็ให้ใช้น้ำเย็นแช่ค่ะ

การแช่เท้าเป็นวิธีปฏิบัติที่ถูกถ่ายทอดกันมาอย่างยาวนาน ตามหลักทฤษฎีการแพทย์ทางเลือกสาขา Reflexology โดยมีความเชื่อกันว่าเท้า มีจุดสัมผัส ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการทำงานของอวัยวะต่างๆ ทั่วทั้งร่างกาย เพราะฉะนั้นวิธีกรการผ่อนคลาย ด้วยการแช่เท้าลงในน้ำร้อน จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยกระตุ้นจุดสัมผัสเหล่านี้ด้วยพลังงานความร้อน

ทางด้างผลงานการวิจัยของ นายแพทย์ วิลเลียม วินเทอร์วิตซ์ จากประเทศออสเตรีย มีความคิดเห็นว่า ประสาทรับสัมผัสที่ผิวหนังจะมีวงจรประสาทเชื่อมต่อกัน กับกล้ามเนื้อ รวมถึงอวัยวะต่างๆ ที่อยู่ภายในร่างกาย และเมื่อความร้อน มาสัมผัสกับผิวหนัง มันก็จะส่งสัญญาณไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำงานของอวัยวะที่อยู่ห่างไกลได้

 

ทั้งนี้การแช่เท้า ไม่ว่าจะเป็นน้ำเกลือหรือน้ำอุ่นหรือไม่ก็ตาม ยังมีข้อดีอีกหลายอย่างดังนี้!

1. ลดอาการปวดบวมที่เท้าแล้ว

2. ลดอาการปวดท้อง

3. กระตุ้นความต้านทานของร่างกาย

4. ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น

5. ป้องกันอาการมือเท้าเย็นโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว

6. ลดอาการอักเสบของจมูกและลำคอ

7. ช่วยให้อาการปวดหัวหรือปวดรอบเดือนลดลง

8. ลดอาการคั่งของเลือดที่ส่วนอื่นๆ

9. ทำให้นอนหลับง่ายตลอดคืน เป็นต้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เบ็ดเตล็ดไอเดีย
ชื่นชอบข่าวนี้ อยากแชร์ต่อให้เพื่อนๆ

พ่อกลับบ้าน เห็นจดหมายของลูกสาววัย15 อ่านเสร็จแทบล้มทั้งยืน ก่อนรู้อะไรบางอย่าง

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่จะสอนคนเป็นพ่อเป็นแม่ได้เป็นอย่างดีสำหรับเรื่องนี้ เราคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์แก่ทุกครอบครัวในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก จึงได้กนำมาให้ได้อ่านกัน…

 

“เมื่อลูกสาวหนีตามผู้ชายไป” พ่อกลับถึงบ้าน เห็นจดหมายของลูกสาววัย 15 ทิ้งไว้บนโต๊ะ ในจดหมายเขียนไว้ว่า…

 

 

“พ่อจ๋าแม่จ๋า วันนี้หนูตัดสินใจหนีตามไบรอันไปแล้ว

ไบรอันเป็นผู้ชายที่มีบุคลิกของความเป็นแมนเต็มร้อย มีรอยสักที่เท่ระเบิดเต็มตัว อายุแค่ 42 คงไม่แก่ไปนะ หนูจะตามไบรอันไปอาศัยอยู่ในป่า

แน่นอนที่สุด เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคน ไบรอันยังมีผู้หญิงอื่นที่อยู่ด้วยกันอีกหลายคน แต่หนูไม่ถือสาเรื่องพวกนี้หรอก

 

 

พวกเราจะช่วยกันปลูกกัญชา นอกจากจะเอาไว้เสพเองแล้ว เรายังตั้งใจจะแบ่งขายให้เพื่อนฝูง  เราปรึกษากันไว้ว่าจะมีลูกด้วยกันหลายๆคนในเวลาเดียวกัน หนูก็ภาวนาให้วงการแพทย์คงจะได้พัฒนาไปแบบก้าวกระโดด เพื่อว่าโรคของไบรอันจะหายได้ในเร็ววัน

ขอให้พ่อและแม่อวยพรให้หนูและไบรอันด้วย หนูแน่ใจว่าหนูจะมีความสุขที่สุด เพราะไบรอันคือผู้ชายที่หนูค้นหามาทั้งชีวิต

…..จากลูกรักของพ่อแม่”

พ่อแทบจะล้มทั้งยืนหลังอ่านจดหมายเสร็จ ก่อนที่จะเห็นอักษรตัวเล็กๆเขียนไว้ตอนท้ายของกระดาษว่า…

 

“ยังไม่จบ โปรดอ่านต่อด้านหลัง”  หลังกระดาษจดหมายเขียนไว้ว่า…

“ใจเย็นๆนะคะ เรื่องทั้งหมดที่เขียนไว้ล้วนไม่ใช่เรื่องจริง ความจริงก็คือ ตอนนี้หนูอยู่กับเพื่อนข้างบ้านเรา รายงานผลการสอบครึ่งปีของหนูอยู่ในลิ้นชัก พ่อหรือแม่ช่วยหยิบขึ้นมาเซ็นชื่อรับทราบด้วย

จุดประสงค์ของการเขียนจดหมายฉบับนี้ หนูแค่อยากจะบอกว่า บนโลกใบนี้ ยังมีเรื่องที่ย่ำแย่อีกมากมายที่มันย่ำแย่กว่าผลการเรียนของหนู

ช่วยโทรศัพท์หาหนูด้วย แล้วบอกให้หนูทราบว่า หนูสามารถเดินกลับเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย” พ่อยืนอ่านทั้งน้ำตา…

 

 

***ขอมอบบทความนี้ให้กับพ่อแม่ที่ให้ความสำคัญแต่ผลการเรียนลูกเพียงสถานเดียว***

 

credit: “ขจรศักดิ์” แปลและเรียบเรียง

“คีริน”โชว์ฟอร์มวิ่ง โค่นเวียดนามแชมป์เก่า 3สมัยขาดลอย แต่แข่งเสร็จไม่ได้อยู่รับเหรียญ

หลายคนทราบดีแล้วว่า คีริน ตันติเวทย์ โชว์ฟอร์มวิ่ง 5,000 เมตร คว้าเหรียญทองซีเกมส์ 2019 โดยชนะแชมป์เก่า 3 สมัยอย่างเวียดนามไปขาดลอย

 

แต่หลังจากเสร็จการแข่งขัง คีริน ไม่ได้อยู่รอรับเหรียญทอง อันเป็นอีกหนึ่งเกียรติประวัติของเขา

 

ซึ่งสาเหตุที่ไม่ได้อยู่รอรับเหรียญเพราะ เขาต้องรีบบินกลับไปสอบกับ ศาสตราจารย์ แลร์รี่ ซัมเนอร์ (Larry Sumner) อดีตที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของรัฐบาลบิลล์ คลินตันและบารัค โอบาม่า ซึ่งอนุญาตให้คีรินเลื่อนสอบ ให้ไปสอบคนเดียวเป็นกรณีพิเศษ

 

คีริน ตันติเวทย์ อายุ 22 ปี เป็นลูกชายของ ดร.วรเวช ตันติเวทย์ ที่ปรึกษาโครงการของธนาคารโลก เป็นนักศึกษาเศรษฐศาสตร์ปี 4 ของ Harvard University

 

โดยขณะมีพิธีมอบเหรียญ คีรินอยู่บนเครื่องบินเพื่อบินกลับบอสตันแล้ว  ส่วนซีเกมส์ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของ คีริน ตันติเวทย์ เขาได้ไป 2 เหรียญทองจาก วิ่ง 10,000 เมตร และ 5,000 เมตร

 

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวกีฬาGMM25

เตือน “คนไทย” วิกฤติใหญ่ ที่อยากให้เพื่อนๆเตรียมรับมือ ถึงเวลาที่พวกเราต้องเข้มแข็ง ไม่หลอกตัวเอง

นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ ได้โพสบทความผ่านเพจ Arthit Ourairat ซึ่งมีรายละเอียดว่า บทความนี้ ผมไม่ได้เขียนเอง กำลังหาผู้เขียนที่แท้จริง และจะเรียนให้ทราบ แต่ขอชื่นชมมา ณ ที่นี้ด้วย  ได้ทราบผู้เขียนที่แท้จริงแล้ว คือ คุณ Kittipong Pop Hancharoen ขอขอบคุณและ ขอเรียนให้ทราบทั่วกัน

 

วิ ก ฤ ติ ใ ห ญ่ ที่ อ ย า ก ใ ห้ เ พื่ อ นๆ เ ต รี ย ม รั บ มื อ เ ด้ อ !

 

เมื่อวานมีโอกาสนั่งฟัง”ผู้ใหญ่” เค้าคุยกัน สรุปว่า ตั้งแต่นี้ไป จะมีวิกฤติโลกโหดๆอยู่หลายเรื่อง ที่พวกเราต้องรับมือกันเอง หวังพึ่งรัฐบาลไม่ได้แน่ๆ (เพราะ ส่วนนึงของวิกฤติมาจากรัฐน่ะแหละ)

A ตอนนี้ตัวเลขคนว่างงานอยู่ที่1ล้าน1แสนคน ในกทม.

B ทั้งๆที่ยังมีงานที่ต้องการคนอยู่ ซึ่งเป็นผลจากปัญหาการศึกษาและการพัฒนาคน

C มีธุรกิจมากกว่าที่เราคิดทยอยเจ๊ง เพราะ โดนdisruptโดยTECH ที่ไม่ใช่แค่social network นี่ยังไม่นับAI ที่รอเสียบอยู่ “มันทำต้นทุนถูกกว่า20%ได้ โรงงานที่เหลือก็ไปหมดแล้ว”

D จีนตอนนี้พัฒนาเรื่องTECH ไปไกลที่สุดในโลกแล้ว ฝรั่งเทียบไม่ติด

 

E แน่นอนว่าTECHก็จะทำให้คนจีนตกงานเอง รัฐบาลจีนเลยวางแผนต่อเนื่อง ให้คนจีนกระจายออกไปยึดหัวหาดทั่วโลก คนจีนจะได้มีงานในประเทศอื่น นอกจากexportสินค้าแล้ว ก็exportคนต่อเลย

F นี่คือการล่าอาณานิคมแบบลึกซึ้งและแนบเนียนของจีน ที่โหดกว่าอเมริกานัก คือ ยิ่งกว่าOTOPอ่ะ แบบว่าพัฒนาจากทัวร์0เหรียญ เป็นเมือง0เหรียญไปเลย

G สิ่งที่แย่ที่สุดอย่างนึง ที่คสช.ทิ้งไว้ให้คนไทย คือ การที่สมคิดเอื้อทุน และ เปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ ให้จีนเอาสินค้าจีนมาลงโดยภาษี0% จากนั้นก็ขายของonlineต่อ ซึ่งสินค้าจีนหลายตัวราคาถูกกว่าของไทย3เท่าได้เลย ยังไงสินค้าทั่วไปของรายย่อยไทย ถ้าจีนทำแข่งได้ ก็เตรียมเจ๊ง

H วิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลกคราวนี้จะโหดกว่าปี40เยอะ และ เกิดขึ้นอย่างแน่นอน!!  แถมทั้งหมดนี้ ก็เกิดขึ้นซ้อนกับอีก2วิกฤติใหญ่ นั่นคือ

I วิกฤติสิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม อากาศ หรือ ปลาทูที่เรากินกันตอนนี้ มีไมโครพลาสติคเฉลี่ย70ชิ้นต่อตัวแล้ว

J วิกฤติสุขภาพของคน โดยเฉพาะสุขภาพจิต เครียด นอนไม่หลับ ป่วยโน่นนี่นั่น(+อันนี้แปะข้อมูลที่ผมทราบอยู่แล้ว เผื่อใครยังไม่ทราบเนาะ+)

K ตอนนี้ ประเทศลาว มีคนจีนเข้าไปอยู่มากกว่าประชากรลาวแล้วนะครับ ส่วนหลายๆประเทศในอัฟริกา คือ เค้าพูดจีนได้มากกว่าอังกฤษแล้วนะครับ

L ประมาณ10ปีที่แล้ว ผมรู้จักรุ่นน้องคนจีนคนนึง เค้าบอกว่า รัฐบาลจีนส่งเค้ามาเรียนเมืองไทย และ มีแฟนคนไทย ตอนนั้น ผมก็รู้สึกแบบ..ล้ำดีเว้ย จีนเค้ากำลังจะทำอะไรวะ ตอนนี้ ผมเข้าใจละ

ผมคิดว่าข้อมูลพวกนี้ หลายๆคนก็อาจจะพอทราบอยู่แล้ว แต่พอเมื่อวาน ฟังเค้าสรุปรวมกันเป็นเรื่องเป็นราวจริงๆ ก็รู้สึกได้ว่า พวกเราจำเป็นต้องปรับตัว และ รับมือจริงๆนะครับ

งานนี้ไม่น่ามีฮีโร่ เทวดา ฟ้าดิน เข้ามาปัดเป่า แล้วเดี๋ยวอะไรๆก็ดีเอง อย่างที่คนไทยชอบหวังกันแน่ๆครับ

…ถึงเวลาที่พวกเราต้องเข้มแข็ง ไม่หลอกตัวเอง และ ช่วยเหลือกันและกัน แล้วครับ

 

ที่มา Arthit Ourairat

ประสบการณ์ตรง ช่วยคนกำลังวูบหมดแรง ดีมากๆ ต้องบอกต่อ เผื่อช่วยคนอื่นได้

เจ้าของเฟซบุ๊ก อรอัฐมาศ์ วงษ์รุจน์สุภัค ได้โพสต์เล่าประสบการณ์ตรง​ และแบ่งปันความรู้วิธี ช่วยคนกำลังวูบหมดแรง โดยได้โพสต์ว่า

 

กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินมีอาการวูบ​ ขอเล่าจากประสบการณ์ตรง​ พี่เขยไปวูบที่ร้านอาหาร​ ช่วยกันหามขึ้นรถ​ ทันใดนั้นมีชายคนหนึ่งเข้ามาเอานิ้วหัวแม่มือใช้เล็บจิกตรงร่องปาก ใต้จมูก​ สักเดี๋ยวพี่เขยรู้สึกตัวร้องโอ๊ย​ ๆ​ เล็กรีบบอกพอแล้วค่ะ​ เขาถึงได้แสดงตัวว่าผมเป็นหมอนี่คือวิธีกู้ชีพ​ เล็กก็จำเอาไว้เล่าให้ญาติฟัง​

 

ต่อมาหลานชายวัยรุ่นเขาวูบ​ เขาก็ใช้วิธีนี้ได้ผล​ อีกครั้งพี่สาวใหญ่ของเล็กที่อยู่พานน้อย​ เล็กพาเขาไปเที่ยวตลาดอมยิ้ม​ จอมบึง​ นั่งทานก๋วยเตี๋ยวกันอยู่ สังเกตเห็นว่าน้ำก๋วย เตี๋ยวหกไหลลงตรงช่องว่างหว่างขา​

ก็เลยบอกแกว่า”เจ้ก๋วยเตี๋ยวหก” แต่แกเฉยก็เลยมองหน้าแก​ เห็นแกตาค้าง​ ก็เลยรีบรวบตัวแกไว้กลัวจะตกจากเก้าอี้หัวฟาด​ แล้วร้องบอกคนแถวนั้นว่า​”ช่วยด้วยคนเป็นลม”

เขาก็มาช่วย​กันจับแกนอนเหยียดยาวกับพื้น​กระดานตรงนั้น​ เล็กก็เอาเล็บจิกที่ร่องปากใต้จมูกแก​ เดี๋ยวเดียวฟื้น​ วิธีนี้เร็วกว่าตบข้อพับแขน​ ซึ่งพอฟื้นน่าจะช้ำ​ ฝากเพื่อน​ ๆ​ ไว้เป็นความรู้ช่วยคนใกล้ชิด​ และบอกคนใกล้ชิดไว้เผื่อช่วยตอนเราวูบด้วยนะ

 

เรื่องเอาเล็บนิ้วหัวแม่มือจิกตรงร่องปากใต้จมูกช่วยคนกำลังวูบหมดแรงดีมากๆ ต้องบอกต่อ เผื่อช่วยคนอื่น และเผื่อให้คนอื่นได้ช่วยเราด้วยเนอะ ขอบคุณผู้แบ่งปันความรู้เรื่องนี้นะคะ

 

กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินมีอาการวูบ​ ขอเล่าจากประสบการณ์ตรง​ พี่เขยไปวูบที่ร้านอาหาร​ ช่วยกันหามขึ้นรถ​ …

โพสต์โดย อรอัฐมาศ์ วงษ์รุจน์สุภัค เมื่อ วันพุธที่ 30 ตุลาคม 2019

ที่มา อรอัฐมาศ์ วงษ์รุจน์สุภัค