เรารู้จักโรฮิงญาน้อยไป สิ่งที่ทำให้อยู่ร่วมกับชาวพม่าไม่ได้ เรื่องจริง..ของจริง!

เรารู้จักโรฮิงญาน้อยไป…  เรื่องจริง…..ของจริง !!!

โรฮิงญา…ลักษณะสำคัญของโรฮิงญา (เบงกาลี) สิ่งที่ทำให้คนพวกนี้ อยู่ร่วมกับชาวพม่าไม่ได้ และ ก่อความไม่สงบ

1. ปฏิเสธ การเรียน ในโรงเรียน เรียนอ่านเพียง อัลกุรอ่าน เรียนจากในมัสยิด เท่านั้น

2. ปฏิเสธ การทำหมัน คุมกำเนิด (ผช.มีเมียได้ถึง 4 คน)

3. ปฏิเสธ การปฏิบัติตามกฏหมายของรัฐ ต้องการใช้กฏแบบ มุสลิม ชารีอะห์

4. ไม่ให้ความร่วมมือใดๆ กับ เจ้าหน้าที่รัฐ และคนต่างศาสนา ในการติดตามคนร้าย ที่ก่อเหตุ โดยการ มีปิดบังและปกป้อง

 

5. ปฏิเสธการ นับถือพุทธ และ ศาสนาอื่นๆ ทั้งที่เป็นทางเลือก ในการที่จะอยู่ในพม่า แบบปลอดภัย

6. ปฏิเสธ การปฏิบัติตาม ประเพณี วัฒนธรรม ของชาวพุทธ พม่า

7. ปฏิเสธ การใช้ภาษาพม่า ใช้เพียงภาษาเบงกาลี หรือภาษาโรฮิงจา ในการสื่อสารกัน

8. มีความต้องการ ยึดแยกดินแดน ยะไข่ ให้เป็นรัฐอิสลาม ตามความเชื่อ ว่า เป็นแดนของพระเจ้า โดยกลุ่มก่อการร้าย RSO และ ARSA โดยการสร้างความไม่สงบ อยู่เนืองๆ

เห็นด้วยกับผู้ว่าสตูล

*รู้ทันก่อนเสียรู้

*โรฮินญ่า คนก็จริงแต่คบไม่ได้

*ส่วนหนึ่งที่เข้ามาเป็นพวกโจรต่อสู้กับทหารไทยที่3จังหวัดชายแดนใต้ครับ

*ปล่อยไว้10ปี-20ปีมันยึดด้ามขวานแน่(มันไม่ได้เข้ามาแค่100-200คนนะถ้ารัฐบาลไทยอนุมัติ มันจะอพยพจากรัฐยะไข่และเบงกอลมาประเทศไทยจะเรียกว่ามาทั้งหมดก็เป็นไปได้ ที่เห็นในข่าวแค่น้ำจิ้มครับ)

 

*แล้วถึงวันนั้นจะใช้ความรุ น ll ร ง องค์กรมุสลิมโลกจะเข้ามาทันทีครับ

*ต่อจากนั้นพวกมันก็จะขอให้ปกครองตนเอง(รัฐปัตตานี)

*นี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นซ้ำๆทั่วโลกและหลายๆประเทศเสียรู้-เสียอธิปไตยให้คนพวกนี้

มันเป็นภัยเกินกว่าจะเอาเรื่องสิทธิมาอ้าง (บรรดาชาติมุสลิมยังไม่มีประเทศไหนเอา แต่กลับมีไทยหลายๆคนเชียร์กันเหลือเกินให้ไทยรับโรฮินยาเข้ามา จนดูแล้วชวนให้สงสัยมากๆว่าเหมือนเป็นแผนอยากจะให้รับโรฮินยาเข้ามาเยอะๆ

 

เพื่อจะมาช่วยกันผลิตลูกหลานเพิ่มจำนวนมุสลิม ต่อไปจำนวนสัดส่วนมุสลิมในไทยจะได้เพิ่มขึ้นจนกลายเป็นคนกลุ่มใหญ่ในประเทศนี้

แต่มีวิธียึดประเทศของโรฮิงญาเฉียบขาดกว่านั้นมาก คือ ทำยังไงก็ได้ให้ไทยรับมาอาศัย เรียกร้องหรือหาวิธีที่จะได้สัญชาติไทย และปั๊มลูกเพิ่มสัดส่วนประชากร พอชาวโรฮิงญามีจำนวนซัก 40% และมีสัญชาติไทยครบถ้วน

คงไม่ต้องสาธยายต่อนะ ว่าประเทศจะถูกยึดอย่างไร

 

cr. crystal heart

ถางหญ้าอยู่ดีๆ พบ “ข้าวตอกพระร่วง” ของดีชาวสุโขทัย พ่อค้าแห่รับซื้อส่งออกมาเลเซีย

ถ้าพูดถึงชื่อ “ข้าวตอกพระร่วง” เชื่อว่าหลายคนคงไม่เคยได้ยิน และไม่รู้ว่ามันคืออะไร  แต่สำหรับชาวบ้านในพื้นที่ ต.บ้านแก่ง อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย  เชื่อกันว่าเจ้าสิ่งนี้เป็นวัตถุที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์

 

ซึ่งเจ้าของบ้านพร้อมด้วยญาติและเพื่อนบ้านได้พากันมาเดินหาเก็บหิน “ข้าวตอกพระร่วง” ที่บริเวณสวนหลังบ้านของชาวบ้านรายหนึ่งในพื้นที่ หลังพบเจอโดยบังเอิญขณะนั่งถางหญ้าอยู่ และสังเกตเห็นว่ามีโผล่ขึ้นมาบนพื้นดิน กระจายอยู่จำนวนมากภายในสวนดังกล่าว

ชาวบ้าน ได้เปิดเผยว่า “ข้าวตอกพระร่วง” หรือเรียกอีกอย่างว่า เพชรหน้าทั่ง หรือ แร่เหล็กไพไรต์ ถือเป็นสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ของชาวสุโขทัย มีลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมคล้ายลูกเต๋า

 

ซึ่งตามตำนานเกิดจาก “พระร่วงวาจาสิทธิ์” เมื่อครั้งออกผนวชที่วัดเขาพระบาทใหญ่ ได้ฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว ข้าวที่เหลือก้นบาตรท่านได้โปรยลงที่ลานวัด และอธิษฐานว่าให้ข้าวตอกดอกไม้นี้กลายเป็นหิน มีอายุยั่งยืนชั่วลูกชั่วหลาน  ชาวบ้านจึงเชื่อว่าใครมีไว้บูชาจะเจริญ ค้าขายขึ้น และอยู่ดีมีสุข

นอกจากนี้ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ พระเกจิชื่อดัง ยังเคยแจกแร่พระร่วงนี้เมื่อปี 2518 พร้อมระบุว่า แร่นี้มีคุณสมบัติเท่าที่ทราบจากพระธุดงค์ที่เคยประสบมา 3 อย่างด้วยกัน คือ

1. เมื่อจะใช้ ท่านให้อาราธนาพระร่วงแล้วอมไว้ เดินทางตลอดวันก็ไม่กระหายน้ำ

2. พระธุดงค์อีกคณะหนึ่งแจ้งว่า เมื่อเดินธุดงค์เพื่อนเกิดท้องร่วง ไม่มี ຍ าจึงเสี่ยงเอาแร่พระร่วงใส่กาต้มน้ำแล้วเอาน้ำให้ฉัน พระองค์ที่ป่วยหายจากอาการท้องร่วงทันที

3. เมื่อปี 2516 พระปลัดฉ่อง แห่งอำเภอสรรค์บุรี จังหวัดชัยนาท ได้ทำเป็นแหวนแจก หนึ่งในผู้ที่รับไปถูกโจรปล้นควายยิ งด้วยปืนพกและลูกซอง ปรากฏว่าไม่มีแผล โดยเจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีพระอะไรอื่น นอกจากแร่พระร่วงเท่านั้น

 

อีกทั้งยังมีความเชื่อกันว่า “ข้าวตอกพระร่วง” เป็นของหายาก สามารถเอาไปขายได้  โดยมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่บ้าน ก่อนนำส่งขายต่อที่ประเทศมาเลเซีย และนำไปประกอบพิธีปลุกเสกให้ประชาชนได้เช่าบูชาตามวัดต่างๆ  นอกจากนี้ยังนิยมนำไปทำเป็นเครื่องประดับสวมใส่เพื่อความสวยงามด้วย

ที่มา sharesod.com

 

อุทาหรณ์ ผ่ าฟันคุด หวังหายปวด แต่อาการหนักกว่าเดิม อาเจียนสีดำ ก่อนสิ้นใจ

วันนี้เรามีเรื่องราวที่เป็นอุทาหรณ์ สำหรับคนที่จะผ่ าฟันคุดมาให้อ่านกัน โดยเว็บไซต์เวิลด์ออฟบัซ รายงานว่า หญิงชาวมาเลเซีย วัย 42 ปี  ได้ เ สี ย ชี วิ ตสลด หลังจากเข้ารับการผ่ าฟันคุดที่โรงพยาบาล

โดยเธอมีอาการเ ลืo ดไ ห ลไม่หยุด เกิดรอยจ้ำทั่วร่าง และได้อาเจียนออกมาเป็นของเหลวสีดำ ก่อนจะสิ้นลมหายใจ

 

 

ในเดือนพฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา เธอเริ่มมีอาการปวดฟันคุด แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรกับมัน จนกระทั่งในวันที่ 1 กรกฎาคม สามีของเธอ ก็ได้พาไปพบหมอฟันที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

เธอได้แจ้งประวัติการเจ็บป่ ว ยทั้งหมดให้หมอฟัง เล่าว่าเคยเป็นเ นื้ อ งอกที่ต่อมไธมัสมาก่อน แต่อาการเป็นปกติแล้ว พร้อมถามการผ่ าฟันคุดมีความเสี่ยงหรือไม่

ซึ่งหมอก็ยืนยันว่าสามารถทำได้อย่างไม่มีปัญหา เพียงแค่อาจจะใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าปกติเล็กน้อย และได้ทำการนัดหมายวันผ่ าในอีก 15 วัน ซึ่งจะใช้เวลาไม่นาน

อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่ าเสร็จ เธอพบว่าเ ลืo ดไม่ยอมหยุดไหล พอกลับบ้านไปนอนแล้วตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น ก็พบว่ามีรอยเปรอะเปื้อนเต็มหมอน  เธอจึงไปคลินิกใกล้บ้าน เพื่อขออะไรก็ได้มาใช้ห้ามให้หยุดไหล

 

กระทั่งวันที่ 18 กรกฎาคม หญิงรายนี้ก็สังเกตได้ว่ามีรอยช้ำหลายแห่งปรากฏอยู่บนขาของเขา อีกทั้งยังมีอาการป ว ด ศีรษะ ค ลื่ นไ ส้ และอาเจียนออกมาเป็นของเหลวสีดำ

เธอเข้าโรงพยาบาลในวันที่ 20 กรกฎาคม ก่อนจะพบว่าอาการทรุดหนักลงมาก กลายเป็นผู้ป่ ว ย โ ค ม่ า และในวันต่อมา และเธอก็เ สี ย ชี วิ ตในเวลาต่อมา สร้างความโศกเศร้าเป็นอย่างมากแก่สามีและลูกสาวทั้งสองคน

การสูญเสียครั้งนี้สร้างความเศร้าสลดแก่ครอบครัวเป็นอย่างมาก และสามีของเธอก็ได้ตั้งคำถามว่า ตนเองได้แจ้งประวัติการป่วยของภรรยาให้แพทย์ทราบแล้ว ซึ่งก็ได้รับการยืนยันว่าไม่มีผลกระทบใดๆ แต่ทำไมสุดท้ายถึงเกิดเรื่องแบบนี้

 

ทางโรงพยาบาลแจ้งว่าสาเหตุการเ สี ยชี วิ ต เกิดจากภาวะ l ลื o ด ออกในกะโ ห ล กศีรษะ และเ นื้ o งoกที่ต่อมไธมัส แต่ทางครอบครัวยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากเนื้องอก เพราะอาการหายดีแล้ว

อีกทั้งหมอฟันก็ยืนยันว่าสามารผ่ าฟันคุดได้ โดยที่ไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าคนไข้ถึงกับชีวิต  และขณะนี้ทางโรงพยาบาลยังไม่ได้ออกมาชี้แจงใดๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ที่มา clipmv.com

 

กัลยาณมิตรที่ดีส่งต่อมา เลิกทำบุญอันมโหฬารกันเถิด โปรดอ่านและแชร์กัน

วันนี้ได้ไปเจอบทความหนึ่งที่หลายคนแชร์กันต่อกันมาในโซเชี่ยล เมื่อลองอ่านดูแล้วก็น่าสนใจเลยทีเดียว เลยอยากนำมาแบ่งปัน ซึ่งมีรายละเอียดังนี้

 

 ได้รับบทความดีๆแบบนี้มาจากกัลยาณมิตรที่ส่งต่อมา (ไม่ทราบว่าใครเขียน) โปรดอ่านและแชร์กันครับ

 

 เลิกทำบุญสร้างโบสถ์ สร้างเจดีย์ อันมโหฬารกันเถิด!

โรงพยาบาลศิริราช อันเป็นโรงพยาบาลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขาดทุนปีละประมาณ 700 ล้าน จากบัตรทอง

ได้ทราบมาว่าแม้แต่โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลภูมิพลก็ขาดทุนจากบัตรทองประมาณปีละ 400 ล้านบาท

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์นั้นขาดทุนจากบัตรทองประมาณ 500 ล้านบาทต่อปีจากบัตรทอง(sunny)

ส่วนโรงพยาบาลรามาธิบดี ผมไม่ทราบตัวเลข ยังไม่ได้ถาม

 

โรงพยาบาลขนาดใหญ่ และโรงเรียนแพทย์เหล่านี้ขาดทุนจากการรับคนไข้หนักที่ refer ส่งมาจากทั่วราชอาณาจักร ที่รักษากันไม่ไหวแล้ว

และโรงพยาบาลเหล่านั้นก็ขาดทุนบักโกรกจนไม่มีเงินส่ง refer มาด้วย 700 บาทตามระเบียบของบัตรทอง

 

ผมได้ยินกับหูจากผู้บริหารศิริราชว่า ผู้บริหารศิริราชเอง บอกว่า

ที่ส่งมาก็ลูกศิษย์เราทั้งนั้น เขาหวังพึ่งเราเพราะเขาก็รักษากันจนหมดฝีมือและความสามารถแล้ว

ยังไงก็คนไข้ของลูกศิษย์เรา เราต้องช่วย ถ้าเราไม่ช่วยแล้วใครจะช่วยลูกศิษย์ของเราและประชาชน

เรื่องเงินที่ขาดทุนก็คงต้องหากันไป ศิริราชมูลนิธิก็คงต้องหาเงินบริจาคหนักมาก

โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ เลยจำเป็นอย่างยิ่งทำให้ได้เป็นผู้ให้และผู้รับในเวลาเดียวกัน

 

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นั้นโชคดี มีสภากาชาดไทย และเจ้านายทรงงานหนักมาก พระเมตตาบารมีปกแผ่ให้ประชาชน ไม่เช่นนั้นก็คงอยู่ไม่ได้ไปแล้วเช่นกัน

โรงเรียนแพทย์ในต่างจังหวัด เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก็คงจะลำบากไม่ใช่น้อย อยู่ในอาการเดียวกัน และน่าจะหาเงินบริจาคได้ยากยิ่งกว่าโรงเรียนแพทย์ในกรุงเทพ จึงน่าเห็นใจเสียยิ่งกว่า

บ้านเราอยู่รอดด้วยเมตตา และการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน…

 

ลิกทำบุญสร้างพระเจดีย์ โบสถ์ อันมโหฬาร อลังการกันเถิด..

เอาแต่พอควรให้ได้สืบพระศาสนาก็พอ…

พระอริยสงฆ์ เช่น หลวงตามหาบัว หรือองค์อื่นๆ ท่านก็สร้างโรงพยาบาล

หลวงพ่อจรัญ ก่อนละสังขารท่านก็บริจาคให้ศิริราช 50 ล้านบาทเพื่อช่วยชีวิตคน

ภาษิตจีนกล่าวว่า “ช่วยชีวิตคนได้กุศลยิ่งกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น”

บ้านเราขาดแคลนเรื่องโรงพยาบาลจริงๆ วัดอาจจะมีเยอะมากพอและหรูหราแล้วนะ

ทำบุญกับโรงพยาบาลกันเถิด ได้บุญจริงๆ ได้ช่วยชีวิตคนด้วยนะ

 

ขอบคุณบทความความดีๆ ที่เพื่อนๆส่งมาให้ ไม่แน่ใจใครเขียนนะครับ แต่เขียนได้ดีมาก ช่วยกันแชร์นะครับ

cr.ใครได้รับแชร์ มาเห็นว่าได้ประโยชน์กับสังคมโดยรวม เพราะไม่ใช่เรื่องกิน สังสรรค์ เที่ยวสนุกสนานส่วนตัว ควรช่วยกันแชร์ต่อ

 

 

ศิริพร อำไพพงษ์ โชว์ลอตเตอรี่ ออกเลขทะเบียนรถ ตรงเป๊ะ แฟนคลับเฮลั่น

หลังจากเจอมรสุมครั้งใหญ่ในชีวิต และได้เคลียร์ปัญหาทุกสิ่งพึ่งผ่านพ้นไปหมาดๆ ก่อนวันหวยออก พี่นาง ศิริพร ก็เพิ่งจะได้ฤกษ์ดีถอยรถตู้คันใหม่ป้ายแดงมาใช้ และโพสต์ลงโซเชียล ซึ่งมีเหล่าแฟนคลับต่างพากันเข้ามาส่องเลขทะเบียนกันยกใหญ่

ต่อมาอีกไม่นาน พี่นางก็ได้โชว์ภาพรถยนต์คันดังกล่าว ที่เพิ่งเปลี่ยนป้ายทะเบียน จากป้ายแดงเป็นป้ายขาว พร้อมกับโพสต์โชว์เลขทะเบียนลงโซเชี่ยลอีกครั้ง

ซึ่งเลขทะเบียน คือเลข 8189  และแน่นอนว่าแฟนคลับต่างแห่ซื้อตามกันเป็นแถว เนื่องจากเลขของพี่นางเด็ดทุกงวดเข้าทุกงวด

 

ล่าสุด ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2562 เลขท้าย 2 ตัว เลขที่ออกคือ 89 ซึ่งเมื่อก็ตรงกับเลขทะเบียนรถของ พี่นาง ศิริพร อีกแล้ว ตรงเป๊ะแบบเต็มๆเลย

และงานนี้ก็ทำเอาแฟนคลับที่ได้ซื้อตามถึงกับเฮลั่นกันทีเดียว  เรียกว่างานนี้ เฮง เฮง เฮง ทั้งพี่นางและแฟนคลับเลยจ้า รับทรัพกันถ้วนหน้าไปเลยจ้า  เรียกได้ว่าเฮงๆ ของจริงเลยล่ะค่ะ

 

หมอดูชื่อดังทัก คนที่เกิด 4 วัน จะมีเกณฑ์รวย จะถูกสลากรวยเบอร์ มีโชคลาภ

ใกล้ถึงเวลาที่หวยจะออกแล้ว ทางเราก็จะมีเรื่องของความเชื่อมาฝากกันอีกเช่นเคย วันนี้เราได้นำเรื่องที่หมอดูชื่อดังได้บอกเกี่ยวกับ วันเกิดที่จะมีเกณฑ์ได้รับโชคลาภ มีลุ้นที่จะถูกหวยรวยเบอร์ มาฝากกัน จะมีวันเกิดวันไหนบ้าง ไปดูกันเลย

วันอาทิตย์

คนที่เกิดในวันอาทิตย์ จังหวะชีวิตในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เจอกับปัญหามากมาย ทั้งในเรื่องของความไม่ยุติธรรม เรื่องของการใช้จ่ายทางการเงินที่เสียไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง คุณคิดว่าโลกนี้ไม่ค่อยมีความยุติธรรมให้กับคุณเลย ทั้งๆที่คุณเป็นคนที่ทำดีมาตลอด ขอให้เชื่อเถอะว่า ก ร ร มใครก ร ร มมัน ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้อย่างนั้น ไม่ต้องพยๅยามไปดิ้นรนเพื่อให้คนอื่นเขารับรู้เรื่องของเรามากก็ได้

ช่วงนี้ชี้ชัดมีเกณฑ์ที่จะได้เงินก้อนโตได้รถคันใหม่ ในเรื่องของหน้าที่การงานจะเริ่มประสบความสำเร็จไปอีกระดับหนึ่ง  ชีวิตจะก้าวหน้า สำหรับการเงินจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ดีขึ้นเป็นจังหวะ เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง แต่ส่วนมากจะอยู่ในช่วงขาขึ้น

และแน่นอนว่าช่วงนี้จะได้จับเงินก้อนจากที่ใดที่หนึ่ง บางครั้งอาจจะเป็นในเรื่องของมรดกตกทอด เงินที่เกิดจากการค้าขาย เงินที่เกิดจากการถูกสลากรางวัล ขอให้คนที่เกิดในวันอาทิตย์มีโชคลาภมากมายก่ายกองเกิดขึ้น เกมโชคของคุณเอาไว้แล้วจะมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นตามเข้ามา

วันจันทร์

สำหรับคนที่เกิดในวันจันทร์โชคชะตาของคุณในช่วงนี้อาจจะเจอกับบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ได้ดั่งใจ ทำให้คุณรู้สึกเป็นกังวลและเบื่อหน่ายกับสิ่งที่กำลังจะอยู่ แต่ด้วยโชคชะตา ทำให้คุณต้องพบเจอกับเรื่องราวดังกล่าว แต่ชีวิตคุณจะค่อยๆดีขึ้นเอง ในช่วงนี้แม้ว่าบางสิ่งบางอย่างเป็นช่วงเริ่มต้น เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ คุณจะต้องคอยประคับประคองชีวิตของคุณและคนรอบข้างให้ดี

ในช่วงสัปดาห์หน้าคนที่เกิดในวันจันทร์มีโอกาสได้โชคลาภเกี่ยวกับการเสี่ยงโชคเสี่ยงทาย เงินทองจะไหลมาเทมา เลขนำโชคของคนที่เกิดในวันจันทร์มักจะเป็นเลขทะเบียนรถ เลขท้ายเบอร์มือถือ

สำหรับในเรื่องการเงินจะมีเงินมากมายแต่ของเข้ามาในชีวิต โชคลาภ จะเกี่ยวพันธ์ในเรื่องของเลขสลาก มีเกณฑ์ถูกสลากรวยเบอร์ยกใหญ่ ผู้หลักผู้ใหญ่จะหยิบยื่นเงินมาให้คุณ มีโอกาสได้ตั้งตัวและนำไปทำผลกำไรมากมาย คนวันจันทร์จะดีแน่ ให้เก็บโชคคำทำนายเอาไว้ จะได้โชคตามที่ทำนายนี้ สาธุ

วันพุธ

สำหรับใครที่เกิดในวันพุธ เด็ดเดี่ยวมากๆในช่วงนี้ และก็โดดเดี่ยวเช่นเดียวกัน ช่วงชีวิตของคนในช่วงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงรอบปัจจุบันนี้ มีปัญหาหลายๆเรื่องเกี่ยวกับหน้าที่การงานและการเงินที่เชื่อมโยงถึงกัน ทำให้คุณรู้สึกว่าเหมือนอยู่ตัวคนเดียว ต้องแก้ปัญหาด้วยตัวคนเดียวมาตลอด ทำดีก็ไม่ได้ดี ทำอะไรไปก็โดนคนอื่นเขาว่า ช่วงนี้ทำอะไรก็ไม่ดีสักอย่าง รู้สึกท้อแท้ในชีวิตมากๆ

แต่ด้วยความที่คนที่เกิดในวันพุธเป็นคนที่ท้อแต่ไม่ยอมถอย จึงทำให้โชคชะตาของคุณนั้นกำลังจะดีขึ้นในช่วงสัปดาห์หน้า ถ้าคุณเป็นคนที่มีความขยันขันแข็งต้องบอกเลยว่าช่วงสัปดาห์หน้ามีเกณฑ์ที่จะได้เจอกับคนคนหนึ่ง เขาจะทำให้คุณนั้นมีเงินมีทองมากมายก่ายกองเข้ามาในชีวิต ชีวิตในช่วงนี้จะเรียกหาเงินทอง แนะนำว่าให้หาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ติดตัวเอาไว้ สิ่งที่คอยดูดเงินดูดทองเข้ามาในชีวิตของคุณ แล้วจะดีขึ้นเอง

สำหรับในเรื่องของการเงินมีเกณฑ์ชี้ชัดว่าจะถูกสลากรางวัล สำหรับใครที่ลำบากมานานมีโอกาสที่จะได้มีเงินกับเขาบ้างแล้ว โชคลาภมาแล้ว คนเกิดวันพุธชี้ชัดๆจะได้ดี ให้เก็บคำทำนายเอาไว้ สาธุเกิดขึ้นจริง

วันเสาร์

ใครที่เกิดในวันเสาร์ เรียกได้ว่าจังหวะชีวิตในช่วงนี้กำลังเรียกร้องหาเงินหาทองเข้ามา ปัญหาที่เกิดนั้นอาจจะเกิดขึ้นจากตัวบุคคลอื่น แต่ถ้าหากคิดดูดีๆแล้วมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยคุณเป็นคนสร้างมันขึ้นมา แนะนำเลยนะ คนที่เกิดในวันเสาร์ช่วงนี้อย่าพย ายามโทษคนอื่น ให้มองดูตัวเองก่อนแล้วคิดดีๆ แก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง

ช่วงนี้ชี้ชัดว่าคนที่เกิดในวันเสาร์ในเรื่องของหน้าที่การงานเจอกับอุปสรรคปัญหา แต่ด้วยอุปสรรคปัญหาที่คุณเจอจะทำให้คุณนั้นมีความโชคดีเกิดขึ้นในช่วงชีวิต

สัปดาห์หน้าเป็นสัปดาห์ที่ดีคนที่เกิดในวันเสาร์มีเกณฑ์ที่จะถูกสลากรางวัล ทำให้คุณมีกินมีใช้ไปตลอด หยิบจับการงานใดๆช่วงนี้จะประสบความสำเร็จ หวังผลหรือรออะไรอยู่จะได้พบเจอ ความสุขความเจริญทางกายและทางใจจะนำมาซึ่งตัวคนนั้นเอง โชคคุณกำลังมา เก็บไว้เลยจะได้พบเจอ สาธุ สาธุ สาธุ

 

***เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ไม่มีเจตนาชี้นำแต่อย่างใด 

 

 

ชีวิตใครติดขัด มีแต่ปัญหา เงินทองไม่เข้า มีแต่ปัญหา ลองทำนะ

เรื่องของความเชื่อเป็นเรื่องที่อยู่คู่กันกับสังคมไทยมานาน  สำหรับวันนี้เราจึงมีอีกหนึ่งความเชื่อ สำหรับใครที่ชีวิตมีปัญหา อยากให้ลองทำตามวิธีนี้ดู ไม่เชื่อแต่อย่าลบหลู่ ลองดูก็ไม่เสียหาย!!

ชีวิตใครติดขัดมีแต่ปัญหา เงินไม่เข้า ลองทำนะค่ะ แชร์ได้ค่ะ

ไหว้เจ้าที่กลางบ้าน

1.ผลไม้ 9 อย่าง

2. น้ำชา 5 แก้ว

3. ดาวเรือง 9 ดอก

4. เทียน 2 เล่ม

5. ธูป 5 เล่ม

6. ผ้าขาวบาง 1 ผืน ปูพื้นกลางบ้าน

7. หมากพลู 9 คำ

ไหว้กลางบ้าน…

ปูผ้าขาวและของต่างๆ วางบนผ้าขาว…หันหน้าเข้าบ้าน กลางบ้านจากประตูบ้านถึงหลังบ้าน แล้วหากลางบ้านหันหน้าเข้าบ้าน เมื่อวางของเรียบร้อยแล้วจุดเทียนธูป แล้วกล่าวดังนี้

 

ข้าแต่เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าของที่เจ้าของทาง เจ้าบ้านเจ้าเรือน บ้านเลขที่ …..บ้านหลังนี้

วันนี้เป็นวันดี ข้าพเจ้านำเครื่องสักการะบูชามาตั้งถวาย เพื่อบอกกล่าวว่าข้าพเจ้าจะเข้ามาทำกิจการ…….. หรืออยู่อาศัย ณ สถานที่แห่งนี้

ขอโปรดช่วยส่งเสริม สนับสนุน และช่วยเหลือให้ทำมาค้าขึ้น กิจการเจริญรุ่งเรือง มีเงินทองไหลมาเทมาไม่ขาดสาย

ขอท่านเปิดประตูเงินประตูทอง ให้ข้าพเจ้าไม่ขาดเงินไม่ทุกข์ เรื่องเงินขอความสะดวกทุกๆทาง

และหากมีสิ่งใดที่ทำผิดไปไม่ว่าจะด้วยกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม เจตนาหรือไม่เจตนา ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม

ข้าพเจ้าขอขมากรรมขอโปรดยกโทษอโหสิกรรมให้ด้วยเถิด…สาธุๆๆๆ

วิธีการไหว้เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าของที่เจ้าของทางในตัวบ้าน… ควรไหว้วันอังคารหรือเสาร์เที่ยงตรง ควรทำ 3เดือนครั้ง, 6เดือนครั้ง, หรือใครสะดวกทุกเดือนก็ได้ค่ะ

 

วิธีลาของทานหรือแจกเป็นทาน
เมื่อธูปหมดดับเทียนเอามือจับที่พานแล้วกล่าว ขอเดนขอทางให้ลูกให้หลานกินเพื่อเป็นศิริมงคลด้วยเทอญ

Cr.สมุนไพร108เพื่อสุขภาพ

จงระวัง! 8 ข้อเสียของการ เป็นคนที่อดทน มากจนเกินไป

การเป็นคนที่มีความอดทนอดกลั้นนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเราเป็นคนที่ต้องอดทนมากเกินไปกับทุกๆเรื่อง จะทำให้เกิดผลเสียได้   วันนี้เราจึงมาแนะนำ 8 ข้อเสียของการเป็นคนที่อดทนมากเกินไปมาให้ได้รู้กัน

1. ไม่รู้ขีดจำกัดของตัวเอง  ทุกอย่างบนโลกใบนี้ มักมีขีดจำกัดในตัวของมันเองเสมอ โดยเฉพาะ “ความอดทน” ของมนุษย์ทุกๆ คน ซึ่งถ้าหากมัวแต่ตามใจ ในสิ่งที่คนอื่นต้องการ

ทั้งๆ ที่ตัวเอง ก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามด้วย แต่จำเป็นต้องก้มหน้ายอมรับไป เพราะหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆ อาจทำให้ต้องกลายเป็นคนอดทนกับเรื่องที่ไม่สมควร จนไม่รู้จักขีดจำกัดเกี่ยวกับความอดทนของตัวเอง ว่าสามารถอดทนกับเรื่องราวต่างๆ ได้มากน้อยเพียงใด

 

2. ไม่ได้แสดงออกถึงความรู้สึกที่แท้จริง  คนที่ยอมอดทนกับอะไรมากๆ มักจะเป็นพวกที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรู้สึก และความต้องการที่แท้จริงของตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว

เพราะมัวแต่ห่วงใยในความรู้สึกของคนอื่น จนเกรงกลัวว่า หากแสดงอะไรออกไป อาจจะทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่พอใจ จึงเลือกที่จะเก็บงำความรู้สึกของตัวเองไว้ แล้วกลายเป็นว่า สุดท้ายก็ไม่ได้บอกกล่าวในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

 

3. มักถูกมองข้าม เพราะไม่ค่อยมีใครเกรงใจ  คนประเภทนี้ จะชอบหลีกเลี่ยงการมีปากเสียงกับคนอื่น โดยการใช้ความอดทนเข้าช่วย เพื่อลดความขัดแย้งต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น จนทำให้ใครต่อใครเข้าใจไปเองว่า “เป็นบุคคลประเภทอะไรก็ได้”

ซึ่งข้อเสียก็คือ มักถูกมองข้ามในเรื่องของความรู้สึก และไม่ค่อยมีใครสนใจ ที่จะถามถึงความต้องการลึกๆ ภายในมากเท่าที่ควร

 

4. เป็นที่รองรับอารมณ์  การเป็นบุคคลแบบนี้ ก็เหมือนกลายเป็นพวกที่ต้องรองรับอารมณ์ของผู้อื่นไปโดยปริยาย เพราะด้วยความอดทนที่มีสูงกว่าคนอื่นมากๆ จึงมักจะกักเก็บอารมณ์ และความรู้สึกทุกอย่างไว้ได้ดีกว่า จนสุดท้ายแล้ว ทุกคนต่างก็เข้ามาโดยทิ้งอารมณ์แย่ๆ ไว้ให้แบกรับแค่เพียงคนเดียว

5. รู้สึกแย่ แต่ต้องหายเอง บ่อยครั้งที่การใช้ความอดทนไปกับเรื่องที่ไม่ถูกไม่ควร จะเป็นตัวการสร้างความรู้สึกแย่ให้เกิดขึ้นภายในจิตใจได้มาก

ซึ่งสุดท้ายแล้ว คนเหล่านี้ ก็มักจะต้องเยียวยา และก้าวผ่านความรู้สึกร้ายๆ พวกนี้ไปด้วยตัวเอง เพราะเหตุผลที่ว่า เป็นคนที่มีความอดทนมากเพียงพอ

 

6. ทำร้ายจิตใจตัวเอง  อย่ามัวแต่คอยจ้องจะทำร้ายจิตใจตัวเอง ด้วยการอดทนไปกับเรื่องที่มองเห็นแล้วว่าไม่สมควร

หรือการให้คนอื่นมามีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของตัวเองมากจนเกินไป  ความอดทนของคนเรามีขีดจำกัดเสมอ ควรแสดงออกให้พูดอื่นได้เห็นว่า เราเองก็ไม่ใช่คนที่จะสามารถอดทนกับอะไรได้นานเช่นกัน

 

7. รู้สึกว่าไม่มีความสุข  ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเป็นคนที่ใช้ความอดทนที่มากจนเกินขอบเขตุ สามารถส่งผลให้ชีวิต แตะต้องกับคำว่า “ความสุข” ได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น

เนื่องมาจาก การนำทุกอย่างมาแบกรับไว้เพียงคนเดียว จนกลายเป็นบุคคลที่ไม่รู้ซึ้งถึงคุณค่าภายในตัวเอง เพราะภายในใจมีแต่เรื่องราวแย่ๆ และอารมณ์ร้ายๆ จากคนอื่น

 

8. กลายเป็นคนเก็บกด  สิ่งแย่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น และเป็นการทำร้ายตัวเองได้มากที่สุด อันเนื่องมาจาก การอดทนกับอะไรต่างๆ มากจนเกินไป อาจส่งผลให้กลายเป็น “คนเก็บกด” และกลายเป็นคนสวนทางกับความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง

ซึ่งบุคคลเหล่านี้ จะมีความน่ากลัวก็ตรงที่สิ่งต่างๆ ที่ได้เก็บสะสมอยู่ภายในใจ อาจเกิดการปะทุ จนสามารถทำร้ายคนรอบข้างได้ตลอดเวลา

ที่มา khaofc.com

 

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ 5 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่คนมีหนี้สิน ควรต้องไป

ความเชื่อ เป็นเรื่องที่คู่กับคนไทยมาช้านาน การบนบานสานกล่าว ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนไทยนิยมทำกัน เพื่อขอเรื่องโชคลาภ  เพราะหลายคนเชื่อว่านอกจากการลงมือทำแล้ว สิ่งที่มองไม่เห็นก็เป็นอีกอย่างที่จะทำให้ประสบผลสำเร็จในเรื่องต่างๆ

ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่า เมื่อไปกราบไหว้ขอพร จะทำให้ประสบผลสำเร็จในเรื่องที่ขอ  โดยเรามี 5 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาฝาก

สำหรับใครที่มีหนี้สิน หรืออยากปลดหนี้ ควรหาโอกาสไปทำบุญเสริมดวง การเงินสักครั้งในชีวิต เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น และยังเป็นสิริมงคลกับชีวิตด้วย  ซึ่งจะมีสถานที่ไหนบ้างนั้น ไปดูกั นเ ล ย

 

1. พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร

มีเสียงเล่าลือกันมาช้านานว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ท่านทรงมีพระเมตตาต่อประชาชนที่ เป็นหนี้ เพราะในอดีตเราเคยเป็นหนี้ประเทศจีนจึงทำให้พระองค์เข้าใจหัวอกของ ลูกหนี้ หากไปขอพรจึงมักจะสมหวัง แต่คุณจะต้องเป็นคนมีความซื่อสัตย์ เป็นหนี้เพราะทำมาหากิน ไม่ใช่เพราะไปค ดโ ก งเงินเขามาล่ะ

2. หลวงพ่อปากแดง วัดพราหมณี ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก

หลวงพ่อปากแดง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองนครนายก ที่นักเสี่ยงโชคทุกคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เชื่อกันว่าหากใครได้ไปขอพรหลวงพ่อปากแดงเรื่องการทำมาหากินมักจะสมหวัง ร่ำรวย ปลดหนี้กันได้เกือบทุกราย บางคนก็กลายเป็นเศรษฐีแบบไม่รู้ตัว

 

3. หลวงพ่อเงินไหลมาเทมา วัดจันทาราม(วัดท่าซุง) จ.อุทัยธานี

หลวงพ่อเงินไหลมาเทมา พระพุทธรูปนามมงคลนี้เป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร ประดิษฐานอยู่ที่วัดจันทารามหรือวัดท่าซุง หลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านเคยกล่าวว่า หลวงพ่อเงินไหลมาเทมานี้บันดาลลาภได้มากนัก เพราะเงินที่นำมาสร้างนี้ก็มาจากเงินที่ประชาชนศรัทธาหลั่งไหลมาทำบุญ

4. พระพุทธไตรรัตนนายก/หลวงพ่อโต ซำปอกง วัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา

พระพุทธไตรรัตนนายกหรือหลวงพ่อโต ซำปอกง พระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัย ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คนที่ทำการค้าขาย หากได้มาตั้งจิตอธิษฐานต่อหน้าองค์หลวงพ่อโต คุณจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า การค้าร่ำรวย ปลดหนี้ได้สบาย

 

5. หลวงพ่อทันใจ วัดพระธาตุดอยคำ จ.เชียงใหม่

พระเจ้าทันใจ หมายถึงพระพุทธรูปที่สามารถสร้างเสร็จได้ภายใน 1 วัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำกันได้ง่าย ๆ พุทธศาสนิกชนจึงเชื่อว่าท่านมีพระพุทธานุภาพ ที่จะสามารถบันดาลให้เกิดโชคลาภ และความสมปรารถนาได้ทันอกทันใจเมื่ออธิษฐานขอพร

 

ที่มา kchivit.com

 

ประเทศไทยของเรา ใกล้ถึงจุดนี้เข้าไปทุกที จำเป็นต้องอ่านแล้ว!

จำเป็นต้องอ่านแล้ว ในอนาคต ที่ธนาคารให้ดอกเบี้ยเงินฝาก 0%  ซึ่งเมืองไทยของเรา ใกล้จุดนี้เข้าไปทุกทีแล้ว   เราจะใช้ชีวิตอย่างไร?

 

ต้องไปดูว่า  ประเทศที่ดอกเบี้ยเงินฝาก 0%  แบบญี่ปุ่น  เขามีชีวิตกันอย่างไร?  ประเทศไทย ซึ่งโดยรวมเรารวยน้อยกว่าเขา ก็อาจจะลำบากกว่าญี่ปุ่น  ดังนี้

1.  คนสูงอายุอาจต้องกลับมาทำงาน

ในญี่ปุ่นเราจะเห็นคนสูงอายุ  ที่เดิมทีมีเงินเก็บ แต่พอเงินฝากไม่มีดอกเบี้ย  ก็เลยใช้จ่ายกินเงินก้อนหมดไปเรื่อยๆ คิดในแง่ดีก็คือ ได้ออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง

 

2. “เงินเฟ้อแฝง” จะสูงขึ้นอีก

หลายคนไม่ทราบว่า  เงินเฟ้อแฝงก็คือ “ค่าครองชีพ” การที่ดอกเบี้ยเงินฝากไม่มี ไม่ได้แปลว่า ค่าครองชีพจะไม่เพิ่ม  มันแปลว่า  ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นเสมอ เงินที่เรามีจะซื้อของได้น้อยลงเรื่อยๆ และไม่สามารถฝากเงินกินดอก แบบคนในยุคก่อนได้แล้ว

 

3. “อิสรภาพทางการเงิน”

จะเริ่มไกลเกินเอื้อมสำหรับคนทั่วไป  เราพูดเรื่องอิสรภาพทางการเงิน คือมี “Passive Income” มากกว่าค่าใช้จ่าย   โดยที่เราไม่ต้องทำงาน ซึ่งเดิมทีการฝากเงินธนาคาร ก็ยังพอมีดอกเบี้ยบ้าง แต่ยุคต่อไป ถ้าเราลงทุนไม่เป็น หรือออมในหุ้นปันผลไม่เป็น  เราอาจต้องทำงานจนตาย ไม่มีคำว่าอิสรภาพทางการเงินอีกต่อไป

 

4. คนจะใช้จ่ายน้อยลง

เงินจะหายากขึ้น ถ้าดอกเบี้ยเงินฝาก 0%  ก็เท่ากับว่า  คนที่มีเงินฝากทั้งหมดไม่ได้ดอกเบี้ย  ซึ่งปกติเงินตรงนี้  มีเป็นแสนๆล้านบาทต่อปี  ลองคิดดูว่าเงินที่หายไป  จะทำให้กำลังซื้อ  และใช้จ่ายของคน  จะลดลงไปด้วย  ก็ไม่ต่างจากญี่ปุ่น  ที่ติดกับดักตรงนี้มา 20 กว่าปีแล้ว

 

5. สินทรัพย์ต่างๆ … ราคาจะไม่ลดลง

เพราะคนมีเงิน ไม่มีเหตุผลที่จะถือเงินสด  พูดง่ายๆ คือ  เงินจะไหลออกจากธนาคารที่ไม่มีดอกเบี้ยไปอยู่ในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า  เช่น ลงทุนออมหุ้นปันผล  ซึ่งได้เป็นเงินปันผลแทนดอกเบี้ย  ลงทุนในกองทุน  ลงทุนในอสังหาให้ได้ค่าเช่า  ทำให้ราคาสินทรัพย์สูงเกินเอื้อมมากขึ้นเรื่อยๆ   คิดดูง่ายๆ สมัยก่อนทำงานไม่กี่ปีก็ซื้อบ้านได้แล้ว    เดี๋ยวนี้ผ่อน 30 ปี  ได้คอนโดห้องเดียว ที่ดินก็ไม่มี

6. สังคมจะแตกต่างมากขึ้น

ยุคนี้คนลงทุนเป็นจะรวยขึ้น ในขณะที่คนที่ลงทุนไม่เป็นจะจนลง    โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลย ความแตกต่างทางสังคมจะมากขึ้นไปอีก

 

7. เงินจะเหนือเรามากขึ้น

ยุคที่เงินหายาก คนส่วนใหญ่จะทำทุกอย่าง เพื่อเงิน ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงิน   โดยไม่สนวิธีการ และไม่แคร์ผลที่ตามมา ขอเพียงแค่ได้เงิน  เงินซื้อใครก็ได้ ซื้ออะไรก็ได้

 

8. ครอบครัวจะแตกแยกมากขึ้น

ยุคที่แล้วทั้งพ่อและแม่ทำงาน  “Dual Income”  ไม่มีเวลาดูแลลูก  ปัญหาสังคมยังสูงขนาดนี้  ทั้งปัญหาเด็ก และปัญหาการหย่าร้าง   ถ้าทั้งพ่อและแม่ทำงาน ยังหาเงินไม่พอ   ปัญหานี้จะเลวร้ายขึ้นไปอีก

 

9. คอรับชั่นและการโกง  จะมากขึ้นจากข้อ 7  ที่คนจะยอมทำทุกอย่างเพื่อเงิน  ซึ่งจะเกิดปัญหาตรงนี้ตามมา

 

10.  หลังจากยุคดอกเบี้ย 0%

ทุกอย่างจะแย่ลงไปอีก  หลายคนอาจจะคิดว่า  พอดอกเบี้ย 0%  แล้วเดี๋ยวชีวิตอาจจะดีขึ้น   ใช่แต่ก่อนที่มันจะดีขึ้น มันจะแย่ลงกว่านี้  ก่อนที่ดอกเบี้ยลง 0% ก็เพราะสภาพคล่องมันล้นระบบ   แต่เงินที่ล้นระบบ  มันอยู่ในมือคนรวย ซึ่งเป็นคนจำนวนน้อย ที่ไม่ค่อยใช้จ่าย  พอการใช้จ่ายน้อย ของก็ขายไม่ได้  เศรษฐกิจก็แย่ คนก็ตกงาน  พอเศรษฐกิจแย่ คนที่กู้เงินมาก็จ่ายหนี้ไม่ไหว บริษัทต่างๆ ก็เป็นหนี้รุงรัง

ทางแก้ก็คือ  คนที่เป็นหนี้และบริษัทที่เป็นหนี้ต้องเจ๊งก่อน  ระบบถึงจะกลับมาเริ่มใหม่  (ถ้าดูญี่ปุ่น ก็แย่แบบนี้มาตั้งแต่ปี 1980 วันนี้ก็ยังคงดอกเบี้ย 0%  ก็ยังแย่แบบเดิม)

แล้วเราจะปรับตัวยังไงในยุคแบบนี้?

 

ที่มา สาระน่ารู้.com